เปิดบริษัทใหม่ ทำบัญชีรายเดือน ปรึกษาฟรีได้เลยวันนี้

ภาษี

หัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ สรุปทุกอัตราที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

เผยแพร่ 10 กรกฎาคม 2569 · อัปเดต 10 สิงหาคม 2569

ตรวจทานความถูกต้องโดยทีมงานบัญชีทอง · อัปเดตล่าสุด 10 สิงหาคม 2569

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีหลายอัตราตามประเภทเงินได้ สรุปอัตราที่พบบ่อย วิธีนำส่ง และความแตกต่างระหว่าง ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • ใครต้องทำ: ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล เมื่อจ่ายเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักภาษี
  • ใช้เอกสารอะไร: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ต้องออกให้ผู้รับเงินทุกครั้ง
  • ทำเมื่อไหร่: นำส่งภาษีที่หักไว้ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือประมาณวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์)
  • มีค่าใช้จ่ายหมวดไหนบ้าง: อัตราหักแตกต่างตามประเภทเงินได้ เช่น ค่าบริการ 3% ค่าเช่า 5% ค่าโฆษณา 2% ค่าขนส่ง 1%
  • ไม่ทำแล้วเกิดอะไร: ผู้จ่ายเงินอาจต้องรับผิดชอบภาษีที่ควรหักแทนผู้รับเงิน พร้อมเงินเพิ่ม

หัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ — ตารางสรุปอัตราที่ใช้บ่อย

ตารางด้านล่างสรุปอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ธุรกิจทั่วไปพบบ่อยที่สุด อัตราที่แสดงเป็นอัตราที่ใช้ในกรณีทั่วไป กรณีเฉพาะของแต่ละธุรกิจอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับทีมงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนหักภาษีจริงทุกครั้ง

ประเภทเงินได้อัตราที่ใช้ทั่วไป
ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการ (จ่ายให้นิติบุคคล)3%
ค่าเช่าทรัพย์สิน5%
ค่าโฆษณา2%
ค่าขนส่ง (ไม่รวมรถโดยสารประจำทาง)1%
ค่าวิชาชีพอิสระบางประเภท (เช่น นักบัญชี ทนายความ)3%
ค่าจ้างทำของที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา3%
ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (จ่ายให้บุคคลธรรมดา / นิติบุคคลทั่วไป)15% / 1%

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักไว้เป็นส่วนหนึ่งของเงินที่จ่ายให้ผู้รับเงิน แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เพื่อเป็นการทยอยชำระภาษีล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดยื่นภาษีประจำปีของผู้รับเงิน อัตราที่ต้องหักแตกต่างกันไปตามประเภทของเงินได้และสถานะของผู้รับเงิน

ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ผู้จ่ายเงินที่เป็นนิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหัก ไม่ว่าผู้รับเงินจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม การไม่หักภาษีตามที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชอบภาษีที่ควรหักแทนผู้รับเงินในภายหลัง

หักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วต้องทำอะไรต่อ

หลังหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้รับเงินแล้ว ผู้จ่ายเงินต้องดำเนินการดังนี้ ทั้งหมดนี้อยู่ในขอบเขตบริการยื่นภาษีที่ทีมงานดูแลให้ทุกเดือน

  • ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • นำส่งภาษีที่หักไว้ด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 กรณีผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา หรือแบบ ภ.ง.ด.53 กรณีผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล
  • ยื่นแบบและนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือขยายเวลาถึงประมาณวันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร)

ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันยังไง

ทั้งสองแบบใช้นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหมือนกัน แต่แยกตามสถานะของผู้รับเงิน และเป็นคนละแบบกับ ภ.พ.30 ที่ใช้นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม หากบริษัทจด VAT ด้วยจะต้องยื่นทั้งสองชุด อ่านต่อเรื่องภ.พ.30 คืออะไร ยื่นยังไง ความแตกต่างหลักของสองแบบนี้สรุปได้ตามตารางนี้

หัวข้อภ.ง.ด.3ภ.ง.ด.53
ผู้รับเงินบุคคลธรรมดานิติบุคคล
กำหนดนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ตัวอย่างกรณีใช้จ่ายค่าบริการให้ฟรีแลนซ์หรือวิชาชีพอิสระที่เป็นบุคคลจ่ายค่าบริการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายต้องมีอะไรบ้าง

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ออกให้ผู้รับเงินควรมีรายละเอียดครบถ้วนดังนี้

  • ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงินและผู้รับเงิน
  • วันที่จ่ายเงินและประเภทเงินได้ที่จ่าย
  • จำนวนเงินที่จ่ายและจำนวนภาษีที่หักไว้ในอัตราที่ใช้จริง
  • ลำดับที่และรวมยอดเงินได้กับภาษีที่หักไว้ทั้งปี (สำหรับหนังสือรับรองรวมสิ้นปี)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้อัตราหักผิดประเภท เช่น หักค่าบริการในอัตราค่าเช่า ทำให้นำส่งภาษีขาดหรือเกินจากที่ควร
  • ลืมออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน ทำให้ผู้รับเงินไม่มีหลักฐานไปใช้เครดิตภาษี

คำถามที่พบบ่อย

ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร?

ภ.ง.ด.3 ใช้นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา ส่วน ภ.ง.ด.53 ใช้นำส่งกรณีผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล ผู้จ่ายเงินต้องแยกแบบให้ถูกต้องตามสถานะของผู้รับเงินแต่ละราย

ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายทำอย่างไร?

หากลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายในงวดที่จ่ายเงิน ควรรีบตรวจสอบและนำส่งภาษีที่ควรหักไว้โดยเร็วที่สุด เพราะผู้จ่ายเงินอาจต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนี้แทนผู้รับเงิน พร้อมเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่ล่าช้า ทีมงานสามารถช่วยตรวจสอบรายการที่ตกหล่นและดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

ผู้รับเงินต้องทำอะไรกับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย?

ผู้รับเงินควรเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายทุกใบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีหักลบกับภาษีที่ต้องชำระตอนยื่นภาษีเงินได้ประจำปีของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคล

แหล่งอ้างอิงทางการ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องนี้จากทีมงานโดยตรง?

บัญชีทองมีบริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้โดยตรง ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจได้