เปิดบริษัทใหม่ ทำบัญชีรายเดือน ปรึกษาฟรีได้เลยวันนี้

ภาษี

ลดภาษีบริษัทอย่างถูกต้อง ค่าใช้จ่ายแบบไหนหักภาษีได้บ้าง

เผยแพร่ 17 กรกฎาคม 2569 · อัปเดต 10 สิงหาคม 2569

ตรวจทานความถูกต้องโดยทีมงานบัญชีทอง · อัปเดตล่าสุด 10 สิงหาคม 2569

การลดภาษีบริษัทที่ถูกต้องเริ่มจากบันทึกค่าใช้จ่ายของกิจการให้ครบพร้อมเอกสารรองรับ ไม่ใช่การซ่อนรายได้ สรุปหลักการที่เจ้าของธุรกิจใช้ได้จริงในบทความนี้

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • ใครต้องทำ: เจ้าของธุรกิจที่ต้องการวางแผนภาษีบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ใช้เอกสารอะไร: ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานพิสูจน์ผู้รับเงินสำหรับทุกรายจ่ายที่ต้องการหักภาษี
  • ทำเมื่อไหร่: ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นรอบบัญชี ไม่ใช่มาเร่งตอนใกล้ปิดงบ
  • มีค่าใช้จ่ายหมวดไหนบ้าง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ หรืออัตราขั้นบันไดสำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไข
  • ไม่ทำแล้วเกิดอะไร: รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานกลายเป็นรายจ่ายต้องห้าม ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควร

ลดภาษีบริษัทอย่างถูกต้องหมายความว่าอย่างไร

การวางแผนภาษีที่ถูกต้องคือการใช้สิทธิที่กฎหมายเปิดให้อย่างครบถ้วน ทั้งการบันทึกค่าใช้จ่ายของกิจการให้ครบพร้อมเอกสารรองรับ การเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เข้าเงื่อนไข และการจัดโครงสร้างธุรกรรมให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น ซึ่งต่างจากการหนีภาษี เช่น การซ่อนรายได้หรือสร้างรายจ่ายปลอม ที่มีความผิดตามกฎหมายและมีโทษทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และอาจถึงขั้นโทษอาญา

ค่าใช้จ่ายแบบไหนหักภาษีได้

หลักการพื้นฐานคือ รายจ่ายที่หักภาษีได้ต้องเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการโดยเฉพาะ เกิดขึ้นจริง และมีเอกสารหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าจ่ายให้ใคร ตัวอย่างการเปรียบเทียบที่พบบ่อย

ประเภทหักได้เงื่อนไข/ข้อควรระวัง
เงินเดือนพนักงานและโบนัสได้ต้องมีการจ้างงานจริง นำส่งประกันสังคมและภาษีเงินได้ให้ถูกต้อง
ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟได้สัญญาและใบเสร็จต้องออกในนามบริษัท
ค่าโฆษณาและการตลาดได้เก็บใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ และหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ครบ
ค่ารับรองลูกค้าได้บางส่วนหักได้ตามเพดานที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เต็มจำนวน
รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการไม่ได้รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม
เบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีไม่ได้ค่าปรับจากการทำผิดกฎหมายภาษีนำมาหักไม่ได้
รายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ไม่ได้จ่ายเงินสดไม่มีบิล ไม่รู้ว่าจ่ายให้ใคร ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

บริษัทเสียภาษีกี่เปอร์เซ็นต์

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ แต่บริษัทที่เข้าเงื่อนไข SME ตามกฎหมาย (ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30 ล้านบาท) จะได้อัตราพิเศษแบบขั้นบันได คือกำไรสุทธิช่วงแรกได้รับยกเว้น ช่วงถัดมาเสียร้อยละ 15 และส่วนที่เกินเกณฑ์จึงเสียร้อยละ 20 ทำให้ SME จำนวนมากเสียภาษีจริงต่ำกว่าอัตราปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เงื่อนไขและช่วงกำไรของแต่ละขั้นควรตรวจสอบกับประกาศปีปัจจุบันหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนใช้วางแผนจริง อัตราเหล่านี้คืออัตราที่ใช้คำนวณตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปีและประมาณการกลางปีใน ภ.ง.ด.51 อ่านต่อเรื่องภ.ง.ด.50 กับ ภ.ง.ด.51 ต่างกันอย่างไร

จุดรั่วไหลที่ทำให้บริษัทเสียภาษีแพงกว่าที่ควร

ปัญหาที่พบบ่อยในทางปฏิบัติไม่ใช่การไม่รู้เทคนิคลดภาษี แต่เป็นการเสียสิทธิที่ควรได้ไปฟรี ๆ

  • จ่ายเงินสดโดยไม่เก็บบิลหรือหลักฐานผู้รับ ทำให้รายจ่ายจริงกลายเป็นรายจ่ายต้องห้าม
  • ใช้บัญชีส่วนตัวปะปนกับบัญชีบริษัท จนแยกไม่ออกว่ารายจ่ายไหนเป็นของกิจการ
  • ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายตอนจ่ายค่าบริการ ทำให้มีภาระภาษีย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม
  • ซื้อทรัพย์สินแล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนแทนการทยอยหักค่าเสื่อมราคาตามเกณฑ์
  • ไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ธุรกิจเข้าเงื่อนไขอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครตรวจสอบให้

เริ่มวางแผนภาษีบริษัทอย่างไรดี

การวางแผนภาษีที่ได้ผลควรเริ่มตั้งแต่ต้นรอบบัญชี ไม่ใช่มาเร่งตอนใกล้ปิดงบ เพราะหลายสิทธิต้องเตรียมเอกสารหรือจัดโครงสร้างล่วงหน้า ขั้นแรกที่แนะนำคือทบทวนระบบเก็บเอกสารรายจ่ายให้ครบก่อน จากนั้นจึงดูสิทธิประโยชน์เฉพาะที่ธุรกิจเข้าเงื่อนไข หากไม่แน่ใจว่าบริษัทของคุณเสียภาษีเกินจำเป็นอยู่หรือไม่ การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสถานะบัญชีและภาษีปัจจุบันก่อนเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มที่สุด ดูขอบเขตงานได้ที่บริการตรวจสุขภาพบัญชีและภาษี

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อของใช้ในบริษัทด้วยเงินสดแต่ไม่มีใบกำกับภาษี หักภาษีได้ไหม?

หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าจ่ายจริง จ่ายให้ใคร และเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือใบรับรองแทนใบเสร็จพร้อมหลักฐานผู้รับเงิน ก็ยังหักเป็นรายจ่ายได้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานผู้รับเลยจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้าม แนะนำให้ขอเอกสารทุกครั้งที่จ่ายและเลี่ยงการจ่ายเงินสดก้อนใหญ่โดยไม่มีบิล

เอารายจ่ายส่วนตัวมาลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหม?

ไม่ได้ รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมายภาษี หากถูกตรวจพบจะถูกบวกกลับเป็นกำไรและต้องชำระภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม แนวทางที่ถูกต้องคือแยกบัญชีบริษัทกับบัญชีส่วนตัวออกจากกันเด็ดขาดตั้งแต่วันแรก

วางแผนภาษีควรเริ่มตอนไหนของปี?

ควรเริ่มตั้งแต่ต้นรอบบัญชีหรืออย่างช้าช่วงกลางปี เพราะการวางแผนหลายอย่างต้องดำเนินการก่อนสิ้นรอบบัญชีจึงมีผลในปีนั้น การมาปรับตอนใกล้ปิดงบมักทำได้แค่เก็บตกเอกสาร ไม่สามารถจัดโครงสร้างใหม่ย้อนหลังได้

แหล่งอ้างอิงทางการ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องนี้จากทีมงานโดยตรง?

บัญชีทองมีบริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้โดยตรง ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจได้